ไม่อยากใช้คำว่า "การเมือง" เลยเพราะมันกว้างไปหน่อย
การเมืองในที่นี่ หมายถึง สถานะ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร ในแง่ อำนาจการต่อรอง
ช่วงนี้ผมได้รับคำขอร้องให้ช่วยแก้ไข application หนึ่ง
การแก้ไขนี้เกิดขึ้นเพราะ application ที่ต้องส่งมอบ ของบริษัทอีกบริษัทหนึ่งมันส่งมอบไม่ได้
(บริษัทที่ไม่ได้เป็นพวก developer ก็มักจะเป็นอย่างนี้แหล่ะ ไม่ค่อยจะอ่าน spec ให้ดีก่อน
,ส่วน spec ราชการก็สุดๆเหมือนกัน คลุมๆเหมาๆ)
แน่นอนในแง่การเมือง บริษัทฯผมมีอำนาจต่อรองในมือสูงมาก
แต่ทางบริษัทฯผมก็เลือกวิธีสบายๆ ก็คือไม่ได้ลูกเล่นอะไร อะไรพอช่วยได้ก็จะช่วยทำให้
แต่ถ้ามากไปก็ไม่ทำ (เพราะมันไม่ได้ตังค์)
การทำงานร่วมกัน ก็มีอยู่ 3 กลุ่ม
ผม, IBM, บริษัท A (บริษัทที่ส่งมอบไม่ได้)
ผมทำงานกับ IBM มาสักพัก ไม่เกิดปัญหาอะไร
งานในส่วนเขา แต่เขาทำไม่ได้
ผมพอจะทำอันไหนให้ได้ ก็ช่วยทำไป
มาวันนี้ บริษัท A หาโปรแกรมเมอร์ได้
ก็เลยต่อสายให้คุยประสานงานกับผม
คุยครั้งที่ 1 มาถึงคุณท่านก็สั่งเลย ผมจะทำอย่างนี้, ขอ file นี้, ขอ file นั้น
ผมพยายามอธิบาย แต่มันก็ไม่ค่อยจะยอมฟัง
สุดท้ายผมก็หาทางอธิบายได้ว่า solution ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอก มันง่ายกว่านั้น
จบการคุยครั้งที่ 1 ด้วยความตระหงิดๆของผม
คุยครั้งที่ 2 มาอีกหรอบเดิม ผมทำอย่างนี้แล้ว คุณทำอย่างนี้นะ
มาเป็นชุด ผมก็พยายามอธิบายเงื่อนไขให้ฟัง
มันก็ไม่ยอมฟัง สุดท้ายต้องตวาด "เงียบแล้วฟังผมพูด"
ได้ผลหน่อย ยอมฟังบ้าง
แต่ยอมได้ไม่นาน ก็เริ่มสั่งกลับมาอีกแล้ว
สุดท้ายผมก็ฟิวส์ขาด บอกไปว่า "ผมไม่คุยกับคุณแล้ว"
แล้วขอคุยกับ project manager แทน
ประเด็นจริงๆที่จะบอก ก็คือ ไม่ใช่ว่า programmer คนนั้นพูดไม่รู้เรื่อง
,ประเด็นเขามี, ความรู้เขามี
แต่สิ่งที่เขาขาดก็คือ การฟัง และท่าทีในการร่วมมือ
รวมทั้ง sense ในระดับภาพรวมด้วยว่า ขณะนี้ทิศทางการเมืองเป็นอย่างไร
หลังจากโมโหอยู่พักใหญ่ (ผ่านไป 4 ชั่วโมง ก็เริ่มส่งสัยว่าทำไมต้องโมโหด้วยวะ
สงสัยต่อม ego แตก) ก็นั่งดับโมโหด้วยการแก้โปรแกรม แล้วก็ส่งไปให้บริษัท A ซะ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "ผมเป็นโคนันทวิศาล"
Showing posts with label rant. Show all posts
Showing posts with label rant. Show all posts
Wednesday, January 24, 2007
Subscribe to:
Posts (Atom)