Friday, January 12, 2007

Erlang Application ในไทย

(ข้อความต่อไปนี้ เป็นการเผยแพร่ศาสนา erlang
คนเชื่อคนง่าย กรุณาใช้วิจารณญาณ ในการรับฟัง)

Luke Gorrie เขาเขียนไว้ใน blog ดังนี้

We've developed and marketed a system for mobile phone companies to keep track of all the mobile phones their customers are using and to automatically send configurations for picture messaging, web browsing, and so on. We've installed these systems in over 60 countries and have more than 200 million of you puny humans represented in our Mnesia databases. We're the market leaders and have only a fraction of our competitors' staff size, but of course you guessed this when I said "Erlang". :-)

ดูแผนที่ที่เขาไป มีไทยด้วยนะครับ

Note: mnesia เป็นชื่อ database ใน erlang

Related link from Roti

Thursday, January 11, 2007

ประโยคนี้น่าสนใจนะ


Thirty years of research has shown that
many children who pass reading tests in the early grades
cannot learn content later on when the
emphasis shifts in school from
“learning to read” to “reading to learn”

Related link from Roti

Wednesday, January 10, 2007

Web Server survey

ผลสำรวจ Web Server Survey ของ Netcraft

จำนวน site ที่สำรวจ 104,944,594
ลำดับหนึ่งแน่นอนว่า Apache 63,819,607

พวก opensource appserver (java)
ต่อตรง ไม่มี apache ดักหน้า
tomcat (coyote) 383,475
jetty 110,730
Resin 106,684

commercial app server
IBM_HTTP_SERVER 54,660 (websphere)
WebLogic 26,356

ที่นี้ลองดูพวก ภาษาทางเลือกดูบ้าง
เริ่มที่ zope ก่อน
zope 47,326

ตามด้วย rails ที่ไม่ได้ใช้ apache หรือ lighttpd เป็นด่านหน้า
(ก็เลยไม่รู้ว่า พวกที่ deploy แบบ fcgi, หรืออื่นๆ มีจำนวนเท่าไร)
mongrel 2,407
WEBrick 286

erlang ก็มีคนใช้เหมือนกัน
yaws 110

พวก CLISP
AllegroServe 285

พวก smalltalk บน Squeak
Comanche 97

Related link from Roti

Tuesday, January 09, 2007

Java กับ Functional Language

ในงาน NJUG ครั้งแรก
dean4j ถามมาประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวกับ java กับ functional language
มีประมาณว่า inner class ก็ตอบโจทย์ในสิ่งที่ functional ทำได้
ผมลืมคำถามไปแล้ว
แต่บางส่วนมันยังติดอยู่ใจอยู่
ประเด็นที่ติด ก็คือ คำตอบหนึ่งของผม
(จริงๆแล้วคำตอบก็ลืมแล้วเหมือนกัน ที่จำว่าจำได้ นี่ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า)
ก็คือ functional language สำหรับผม
มันดูเหมือนจะทำให้ผม express ตัวตนได้ดีกว่า
ซึ่งคำตอบนี้คลุมเครือและ subjective มาก
วันนี้นึกออกแล้ว จะเปรียบเทียบกับอะไรดี (แต่ก็ยัง subjective อยู่ดี)

ลองนึกถึงพวกบทกลอนหรือกวีดูสิ
เป้าหมายเดียวกัน แต่ form มันต่างกัน
ความชอบก็ขึ้นอยู่กับ context ของคนที่อ่านหรือแต่ง ณ ขณะนั้น

เช่นถ้าผมอยู่คนเดียวเงียบๆ บนภูเขาสูง ผมย่อมชอบไปทาง ไฮกุ
แต่ถ้าอยู่รวมเป็นหมู่คณะ แน่นอนพวก สักวา กลอนแปด นี่สนุกกว่า ไฮกุ แน่นอน

java สำหรับผม ก็เหมือน กลอนแปด ในส่วนง่ายๆ
ในส่วนยาก เปรียบกับ โคลงสี่สุภาพ แล้วกัน

แต่พวก functional language นี่มันได้อารมณ์เหมือน ไฮกุ

inside the forest
a quiet sound
of the leaves

Takahito Suzuki 10yrs

สระน้ำ อันเก่าแก่
เจ้ากบตัวหนึ่งกระโดดลง
เสียงน้ำพลันดังจ๋อม

บะโช มะทสึโอะ (ฺBashoo Matsuo)

Related link from Roti